พอกลายเป็นผู้ไร้เทียมทาน ผมก็ได้รู้ตัว ว่าการมีชีวิตอย่างมีเจตนามันคืออะไร

ในเรสิเดนต์ อีวิล ภาคแรก มันมีของซ่อนที่เรียกว่าเครื่องยิงจรวดกระสุนไม่จำกัด เคลียร์เกมให้จบภายในสามชั่วโมง แล้วก็จะได้เครื่องยิงจรวดที่กระสุนไม่จำกัดมา
แต่กว่าจะทำเงื่อนไขนั้นได้ ผมเล่นเกมเดิมซ้ำแล้วซ้ำอีกหลายรอบมาก มันคือการแข่งกับเวลา เพราะงั้นก็แน่นอนอยู่แล้ว พอรู้ตัวอีกที ตำแหน่งที่ศัตรูโผล่ ที่ที่ไอเทมอยู่ การดำเนินเรื่อง ทั้งหมดมันเข้าหัวไปหมดแล้ว
ผมว่ามันเป็นเกมที่ทำออกมาได้ดีจนวางความเป็นจริงทิ้งไว้แล้วดำดิ่งไปกับมันได้เลย เพราะงั้นแหละ ผมถึงเล่นซ้ำหลายรอบ
พอทำเงื่อนไขได้จริงๆ แล้วก็ได้เครื่องยิงจรวดไม่จำกัดมา พอคิดว่าเอาละ นี่ไงผู้ไร้เทียมทาน—ความรู้สึกพึงพอใจแบบที่คาดหวังไว้ มันกลับไม่มีเลยสักนิด
ถ้าจะว่าไป มันน่าเบื่อจนทนไม่ไหวมากกว่า
รู้ไปหมดทุกอย่าง แล้วก็ไม่แพ้อะไรเลย ไม่มีทั้งความกลัว ไม่มีทั้งความประหลาดใจ ถืออาวุธที่แข็งแกร่งที่สุด อยู่ในสภาพที่แข็งแกร่งที่สุด แล้วก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น "ความไร้เทียมทาน" ที่อยากได้ใจจะขาดขนาดนั้น ผมไม่เคยคิดเลยว่ามันจะจืดชืดได้ถึงเพียงนี้
ปกติแล้วพวกเราใช้ชีวิตโดยคิดว่า "ถ้ามีอันนั้น" "ถ้ามีอันนี้"
ถ้ามีใบประกาศนั้น ถ้ามีเงิน ถ้าตัวสูง เราปักใจเชื่อว่า ถ้าแค่ได้สิ่งที่ตอนนี้ไม่มีมา ตัวเองก็น่าจะอิ่มเอมได้มากกว่านี้
แต่ก็เหมือนกับเครื่องยิงจรวดไม่จำกัดนั่นแหละ พอมีขึ้นมาจริงๆ มันก็อาจจะน่าเบื่อไปอีกแบบก็ได้ ความคาดหวังที่อยู่เบื้องหลังความรู้สึกขาด ที่ว่า "ถ้ามีแล้วจะเปลี่ยนไป" มันคาดเคลื่อนบ่อยกว่าที่คิดนะ
แล้วในเกมนั้น อะไรคือสิ่งที่สนุกที่สุดล่ะ
พอมองย้อนกลับไป มันไม่ใช่ตอนที่กลายเป็นผู้ไร้เทียมทาน แต่เป็นตอนที่ยังไม่รู้อะไรเลย เดินไปตามทางเดินด้วยความหวาดผวา ตอนที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าซอมบี้จะโผล่มาไหม กระสุนก็ไม่พอ คอยงมหาวิธีเอาตัวรอดอย่างเอาเป็นเอาตาย
ผมดำดิ่งเข้าไปในโลกที่อยู่ในจอนั้นอย่างจริงจัง ผมว่า "ช่วงเวลาที่ดำดิ่งไปกับมันได้" นั่นแหละ คือรางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
แทนที่จะคร่ำครวญกับสิ่งที่ไม่มี ตอนนี้ ในความไม่มีนั้น ตัวเองกำลังรู้สึกอะไรอยู่ต่างหาก
ความรู้สึกตอนที่ก้าวเท้าออกไปด้วยความหวาดผวา ทั้งที่ไม่รู้ว่าข้างหน้าสุดทางเดินมันมีอะไรอยู่ พอมาคิดดูตอนนี้ สิ่งที่อยากได้มันอาจจะไม่ใช่เครื่องยิงจรวด แต่เป็นสิ่งนั้นก็ได้
พอรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างขาดไป ก็อดปักใจเชื่อไม่ได้ว่า "ถ้ามีมันความรู้สึกนี้ก็จะหายไป" แต่จริงๆ แล้วมันไม่ใช่แบบนั้น ไม่ใช่การขอพร แต่คือการมีชีวิตอย่างมีเจตนา ผมรู้สึกว่าแบบนั้นต่างหาก ที่มันเติมเต็มตัวเองได้มากกว่าเยอะเลย
ต่อให้กลายเป็นผู้ไร้เทียมทาน ก็ไม่มีความรู้สึกพึงพอใจ
สิ่งที่สนุกคือการได้ดำดิ่งไปกับมันเอง
แทนที่จะเติมเต็มสิ่งที่ไม่มี การมีชีวิตอย่างมีเจตนาต่างหากที่เติมเต็มได้




ความคิดเห็น